CGSC

Once Upon a Time...

Search
Search ×
Menu
  1. หน้าหลัก
  2. ความภาคภูมิใจ
  3. คุณค่าหลักแห่งสถาบัน
  4. หลักสูตร
    1. หลักสูตรหลักประจำ
    2. หลักสูตร นบส.
    3. หลักสูตร ศศ.ม.
    4. หลักสูตรอื่นๆ
    5. หลักสูตร พรส.
    6. งานประกันคุณภาพการศึกษา
    7. คลังตำรา
  5. ข่าวสาร
  6. ติดต่อเรา




 

หลักสูตร การพัฒนาองค์ความรู้การก่อการร้ายและการก่อความไม่สงบ สำหรับผู้บริหาร (พรส.) เล่มที่ ๖

โครงการ"นักวิชาการพบนักรบ จชต."

 

โรงเรียนเสนาธิการทหารบกได้ริเริ่มจัดทำ "โครงการนักวิชาการพบนักรบ จชต." ขึ้นเพื่อให้กำลังพลของกองทัพบกที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสรับการเสนอแนะชี้แจงและแลกเปลี่ยนความคิด หลักการที่เหมาะสมกับภัยคุกคาม....  
 
 

นักวิชาการพบนักรบ จชต. พรส.รุ่นที่ ๗  


นักวิชาการพบนักรบ จชต. พรส.รุ่นที่ ๙ 

 
 
 
 

โครงการ "นักวิชาการพบนักรบ จชต."

 

๑. หลักการและเหตุผล

นับตั้งแต่การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ โลกได้เข้าสู่ภัยคุกคามในรูปแบบของการก่อความไม่สงบ (Insurgency) อันเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของประเทศอาณานิคมที่ต้องการปลดแอกเรียกร้องเอกราชจากผู้ปกครองที่เป็นเจ้าอาณานิคมยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบในยุคแรกนั้นมีพื้นฐานบนแนวความคิดหลักของ เซอร์โรเบิร์ตทอมป์สันซึ่งเป็นการเอาชนะกบฏคอมมิวนิสต์ในมลายาโดยยึดถือหลักยุทธศาสตร์“การเอาชนะที่จิตใจ (Win Heart and Mind)”เป็นหัวใจของการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบซึ่งได้กลายเป็นหมุดหลักของกองทัพไทยในการนำมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการต่อสู้เอาชนะภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา และหลังจากนั้นเมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามเวียดนาม มรดกทางยุทธศาสตร์ในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบในแบบฉบับของสหรัฐฯ อันมี FM 100-20 เป็นคู่มือราชการสนาม กองทัพบกไทยได้นำผนวกกับประสบการณ์และพัฒนาไปสู่การพัฒนาคู่มือราชการสนาม รส.๑๐๐-๒๐ มาประยุกต์ใช้จนนำไปสู่การเอาชนะภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ในท้ายที่สุด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคที่สองของยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบแต่ในยุคปัจจุบันสภาพแวดล้อมของการก่อความไม่สงบทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาคและภายในประเทศ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การใช้แนวทางการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพอ การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบในปัจจุบันอาจถือได้ว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่ของยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ”การพัฒนาแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ จึงมีความจำเป็น และต้องได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย  ทั้งในส่วนของนักคิดและผู้ลงมือปฏิบัติ

 

จากเหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อ ๔ ม.ค. ๒๕๔๗ นับเป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมของขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แสดงเจตจำนงการแบ่งแยกดินแดนอย่างชัดเจนผลของการก่อความไม่สงบได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเรื่อยมาและมีแนวโน้มที่จะยกระดับรุนแรงต่อไป ในส่วนของกลไกการแก้ปัญหานั้น ถึงแม้ว่าได้มีการดำเนินการทั้งในระดับยุทธศาสตร์และระดับยุทธวิธีโดยฝ่ายรัฐบาลและกองทัพเพื่อยุติปัญหาโดยเร็วที่สุด แต่พบว่ารูปแบบของการก่อความไม่สงบที่เผชิญอยู่นั้นได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ยุทธศาสตร์และองค์ความรู้แบบเดิมที่เคยประสบผลสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอต่อการเอาชนะการก่อความไม่สงบที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน องค์ความรู้ใหม่จึงต้องได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและต้องนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างสอดรับกัน ทั้งนี้นักคิด นักวิชาการ จำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาหลักนิยมแล%






Copyright 2021 by CGSC Terms Of Use Privacy Statement
Back To Top