CGSC

Once Upon a Time...

Search
Search ×
Menu
  1. หน้าหลัก
  2. ความภาคภูมิใจ
  3. คุณค่าหลักแห่งสถาบัน
  4. หลักสูตร
    1. หลักสูตรหลักประจำ
    2. หลักสูตร นบส.
    3. หลักสูตร ศศ.ม.
    4. หลักสูตร พรส.
    5. หลักสูตรอื่นๆ
    6. งานประกันคุณภาพการศึกษา
  5. คลังตำรา
  6. ข่าวสาร
  7. วีดิทัศน์
  8. ติดต่อเรา

ความเป็นมาของเรื่อง  "เข็มเสนาธิปัตย์"


   เมื่อนายทหารนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจําชุดที่ ๑๒ อันมี พ.ต.หลวงฤทธิ์เรืองรณ ร.อ.หลวงประหารริปราบ ร.อ.หลวงพลหาญห้าวศึกเป็นอาทิ ได้สําเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.๒๔๖๗ ทาง ราชการมีความจําเป็นจะต้องส่งตัวนายทหารทั้งชุดจํานวน ๒๐ นาย กลับกรมกองต้นสังกัดเดิม เนื่องจากยังไม่สามารถเปิดตําแหน่งบรรจุเป็นฝ่าย เสนาธิการได้ ฉะนั้นนายพลตรี พระยาพิชัยสงคราม ซึ่งดํารงตําแหน่งเจ้ากรมยุทธศาสตร์อยู่ในขณะนั้น จึงได้เสนอความเห็นแด่เสนาธิการทหารบก ว่า “เมื่อจําเป็นจะต้องส่งตัวกลับเช่นนี้ คิดว่าไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องชุ่มใจ ได้ดีกว่า เครื่องหมายแสดงคุณวุฒิว่าเป็นผู้สําเร็จจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแล้ว”

    ความเป็นมาของเรื่อง “เข็มเสนาธิปัตย์” นั้น ต้นเค้ามาจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดํารงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชายประชาธิปก ศักดิเดช เสด็จกลับมาจากยุโรป ได้ทรงเอาเข็มของโรงเรียนเสนาธิการทหารบกอังกฤษ ซึ่งเป็นรูปนกเค้าแมวยืนอยู่บนแถบมติเตือนใจภาษาลาติน ๒-๓ คํา มาถวายให้จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทอดพระเนตรนกเค้าแมวนี้ชาวอัสดงคต ประเทศถือว่าเป็นนกที่มีความรู้มาก อายุยืน มีนิสัยเงียบ สุขุม พูดน้อย ฟังมาก ซึ่งเป็นคุณลักษณะต้องตามประสงค์ของนายทหารฝ่ายเสนาธิการเป็นอย่างยิ่ง

    จึงได้ทรงปรึกษากันว่า โรงเรียนเสนาธิการทหารบกของเราก็มีอยู่แต่ยังไม่มีเครื่องหมายให้ผู้ที่สําเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนี้ ควรจะให้มีไว้ และน่าจะใช้รูปใดจึงจะให้ความหมายได้เหมาะสม จึงได้มอบให้พระยาพิชัย สงคราม เจ้ากรมยุทธศาสตร์ กับพระยาสรกิจไพศาล ไปช่วยกันคิดและออกแบบ

    ทีแรก พระยาทั้ง ๒ ท่านได้ออกแบบเป็นรูปจักราวุธ มีลักษณะ คล้ายคลึงกับตรากงจักรที่กองทัพบกใช้อยู่ปัจจุบัน แต่ก็ไม่เหมาะเพราะความหมายแคบไป ไม่คลุมกับภารกิจของฝ่ายเสนาธิการ ต่อมาจึงมีผู้เสนอให้ใช้รูปพระนารายณ์เหยียบอกนนทุกข์ แต่ก็ให้ความหมายยากอีก เพราะไม่ทราบว่าจะเอาผู้ที่ประดับเข็มนี้ไปเทียบเข้ากับอะไร ไปเทียบกับพระนารายณ์ก็ไม่ได้ เพราะเราเทียบพระนารายณ์เป็นพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว จึงเป็นอันยกเลิกไป

    ต่อมาจึงคิดกันได้ว่า ยังมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์อยู่อีกพระองค์หนึ่ง ที่ทรงเป็นเอตทัคคะในกระบวนออกแบบตรา และเครื่องหมายหาผู้ใดทัดเทียมมิได้ จึงได้ชวนกันไปเฝ้าและกราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ พระองค์ท่านจึงทรงออกแบบและทรงสลักเครื่องหมายเสนาธิปัตย์ ด้วยไม้สักเป็นอันแรก สูงประมาณ ๓๐ ซม. ทรงประทานแด่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ทางโรงเรียนจึงถือเป็นแม่แบบทําเป็นตราของโรงเรียน และย่อลงเป็นเข็มเสนาธิปัตย์มอบแด่นายทหาร ฝึกหัดราชการฝ่ายเสนาธิการ ที่สําเร็จการศึกษาไปจากโรงเรียนแล้ว อย่างเต็มภาคภูมิ

    สัญญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเครื่องหมายนี้ องค์พระผู้ทรงประทานแบบได้ทรงใส่ความหมายไว้ให้อย่างผูกพันเกี่ยวเนื่องสนิทแนบแน่นสมบูรณ์ที่สุด แสดงถึงความซึ้งพระทัย ตระหนักในหน้าที่ของนายทหารฝ่ายเสนาธิการผู้ประดับเครื่องหมายนี้โดยแท้

    ณ เบื้องบรรพกาล ช้างได้มีบทบาทสําคัญในการชุบชูกู้กอบเอกราชของชาติไทย เป็นพาหนะรองรับขุนพล ขุนศึก แม่ทัพ และท้าวพระยามหากษัตริย์ กรําศึกกันมาอย่างโชกโชน จะยาตราบุกตลุยไปทางสารทิศใด สัตว์เล็กใหญ่ในป่าประดามีก็ประหวั่น พรั่นพรึงตกใจกลัว ช้างของพระเจ้าตากสินได้นําขุนพล ทะแกล้วทหาร บุกกระหน่ำฝ่าตลุยชนประตูกําแพงเมือง จันทบุรี ทหารประจําเชิงเทินแหลกมลายราบพินาศ บุกเบิกทางให้พลดั้ง พลเขนที่ตามมาข้างหลัง รุกระดมโหมตรูวิ่งเข้าจู่โจม ห้ำหั่นฟาดฟันข้าศึก โดยช้างหาระย่อต่อคมหอกคมดาบแหลนหลาวเกาทัณฑ์ที่ซัดมาเป็นห่าฝน ทุกสารทิศไม่ ช้างได้เป็นราชพาหนะหลักให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ประทับ ขับเข้ากระทํายุทธหัตถีชี้แพ้ชนะกับพระมหาอุปราชา นายทัพพม่า ข้าศึกอย่างองอาจเด็ดเดี่ยว บุกตลุยไปย่ำค่ายคูประตูหอรบจนถึงเมืองหงสาวดี จนฝ่ายตรงข้ามราข้อไม่กล้าสู้ ถึงขนาดย้ายราชธานีหนี

    ในทางธรรมนั้นเล่า พระพุทธเจ้าตรัสถึงอัปปมาทธรรมว่าเปรียบ ประหนึ่งรอยเท้าช้างที่รอยเท้าสรรพสัตว์ทั้งปวงจะต้องศิริรวมลงในรอยเท้าช้าง

    เนื่องจากช้างได้ทําหน้าที่ในการรบอย่างทรหดบึกบึน โดยเป็นราชพาหนะคู่ใจใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเช่นนี้การที่จะเลือกช้างสามัญเชือกหนึ่ง เชือกใดขึ้นระวางเป็น “พระยาช้าง” จะต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถันละเอียด ถี่ถ้วน ให้ต้องตามตําราพระคชลักษณ์เพื่อให้ได้ช้างอันอุดมมงคล ไม่แล่นหนีเตลิดศึกแบบช้างขุนหลวงขี้เรื้อน

    ไม่เพียงแต่เท่านั้น ก่อนจะได้รับการขึ้นระวางในตําแหน่งช้างต้น เป็น “พระยาคชาธาร” อยู่ใกล้ชิดองค์พระนเรศวรเป็นเจ้าได้ ก็จะต้องได้รับการฝึกปรือจากครูและหมอควาญผู้ชํานาญในการนี้อีกเป็นเวลาช้านาน และมิใช่ว่าจะฝึกได้ผลดีทุกเชือก ๆ ไป บางเชือกไม่มีนิสัย วาสนาบารมีจะเป็นช้างทรง ฝึกไปเท่าใด ๆ ก็คือ ขี้เกียจ ไม่ยอมรับการฝึก บางเชือกฝึกอย่างจําใจ อย่างกระท่อนกระแท่นขอไปที ไม่ยอมละทิ้งนิสัยดั้งเดิมของตน ตั้งแต่อยู่ในป่า จําต้องลดหลั่นชั้นลงไป กลายเป็นช้างดั้งช้างกัน ช้างงาแซง เสียเป็นส่วนมาก

    ส่วนไอ้ที่เหลือขอจริง ๆ เป็นพวกช้างเลว ๆ ก็ต้องปล่อยเข้าป่าไปตามเดิมก็มีเรียกว่าช้างเหลือขอ

    เสด็จในกรม เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ พระองค์ท่านทรง ดำริเห็นว่าพญาคชาธารของพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของเสธ. นั้น จักต้องอุดมไปด้วยคุณลักษณะดีเด่น ๔ ประการ สมดังพระดํารัสแห่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ตรัสสั่งสอนไว้ในจตุกกบาต อังคุตตรนิกาย เล่มที่ ๒๑ หน้า ๑๕๗ ว่า

    ๑. โสตา คือ ฟังเป็น ช้างนั้นย่อมตั้งใจฟัง จดจําทําตามคําสอนของหมอควาญ เปรียบเหมือน เสธ.ย่อมสนใจฟังคําสั่งสอนของตถาคต ฟังคําสั่งสอนของอาจารย์ของผู้บังคับบัญชา จับเอาสาระเรื่องราวเพื่อนํามา ใคร่ครวญปฏิบัติตาม อันจะก่อให้เกิดปัญหาแตกฉาน เฉลียวฉลาด เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ ต่อประเทศชาติสืบไปภายหน้า

    ๒. หนฺตา คือ ฆ่าเป็น ช้างศึกย่อมฆ่าช้างม้าด้วยกันเอง หรือแม้แต่คนขี่ซึ่งเป็นศัตรูอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม เปรียบเสมือน เสธ. ย่อมฆ่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นแก่ตนเสียได้ ซึ่งได้แก่อารมณ์ที่เกิดจากความรัก (ราคะ) ความโกรธ (โทสะ) ความหลง (โมหะ) เพราะถ้าปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้ มีอิทธิพลครอบงําเหนือจิตใจ เสธ.เสียแล้ว ก็จะเสียเสธ.ได้ ทําให้หน่วยราชการงาน กองทัพระส่ำระสายสับสน ขาดสันติ และความเป็นธรรม อันจะเป็นลู่ทางนําไปสู่การพ่ายแพ้แก่ข้าศึก 

    ๓. ขนฺตา คือ อดทนเป็น ช้างศึกเมื่อแล่นเข้าสู่สงคราม ย่อมเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ ไม่ประหวันพรันพรึงต่ออาวุธนานาชนิด ไม่ว่าหอกดาบ แหลนหลาวเกาทัณฑ์ ไม่ตระหนกอกสั่นต่อเสียงอึกทึกครึกโครมของกลองศึก เปรียบเสมือน เสธ. ย่อมต้องอดทนต่อการเจ็บกาย เจ็บใจ คําถากถางด่าว่า อดทนต่อความยากลําบากและทุกข์ เพราะโลกเรานี้มีคนและสัตว์อื่นอีกเหลือคณานับที่ดิ้นรนเพื่อแสวงหาความสุข ความอยู่รอด ต่างคนต่างเข้าใจว่า โลกนี้เป็นสิทธิเฉพาะตน ปลาใหญ่ย่อมเข้าใจว่าปลาเล็กเป็นเหยื่ออันชอบธรรมของตน ยุงอาจคิดว่าเลือดในกายสัตว์อื่นผู้ร่วมทุกข์ เป็นอาหารอันโอชะของตน หรือคนบางคนอาจคิดว่าเพื่อนร่วมงานจะเป็นบันใดที่เขาจะเหยียบก้าวไปสู่ความสําเร็จ

    ๔. คนฺตา คือ ไปได้ ช้างย่อมไปไหนก็ได้ ตามคําสั่งของหมอควาญ ไม่ว่าจะเคยไปหรือไม่เคยไป ไม่ว่าจะมีอันตรายมากน้อยเพียงใดย่อมปฏิบัติ โดยพลัน...เปรียบเสมือน เสธ.ย่อมมุ่งเดินไปในทางที่ถูกต้อง กุศลและชอบธรรม ไม่อาลัยใยดีต่อลาภสักการ ไม่ห่วงหน้าพะวงหลังสิทธิพิเศษ ความสะดวกสบาย และเมื่อถึงกาลอันควรก็จะดุ่มเดินไปในทางแห่งอริยมรรคมีองค์แปด กอปรด้วยคิดชอบ ดําริชอบ พูดชอบ การงานชอบ เป็นต้น ไม่แปดเปื้อนด้วยอบายมุข ฉัอราษฎร์บังหลวง การพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร ฯลฯ การเดินทางไปในมรรคาแห่งอริยมรรคนั้น แม้จะเดินช้า หรือล้มลุกคลุกคลานไปบ้างก็ต้องถึงเข้าสักวันหนึ่งจนได้ ถ้าหากไม่สิ้นความมานะพยายามเสียก่อน 

    องค์พระนเรศวรเป็นเจ้า ทรงมีพระกรรภิรมย์เป็นเครื่องหมายตามคตินิยมมาแต่โบราณราชประเพณี และทรงกําหนดพระกรรภิรมย์เสนาธิปัตย์ เป็นที่หมาย หรือที่สําคัญว่าเป็นแม่ทัพ สถิตย์หรือปักมาเหนือหลังช้าง

    คือถ้าเป็นวังหลวง หรือทัพหลวง ก็สังเกตจากช้างจะมีพระเสนาธิปัตย์ฉัตรชัย สถิตย์มาเหนือพระคชาธารอยู่คันหนึ่งเหนือช้างทรง เป็นฉัตร ๗ ชั้น แสดงว่าเป็นทัพหลวง ถ้าเป็นวังหน้าหรือทัพหน้าก็มีฉัตร ๕ ชั้น สถิตย์มาเป็นเครื่องหมายบนหลังช้างของผู้เป็นแม่ทัพ และถ้าเป็นวังหลังหรือทัพหลัง หรือพระยาท้ายน้ำก็หมายสําคัญเอาที่พระเสนาธิปัตย์ฉัตร ๓ ชั้น เป็นเกณฑ์

    การที่ในเข็มเสนาธิปัตย์ปรากฏเป็นสัญญลักษณ์ ประกอบไปด้วย พระเสนาธิปัตย์ ฉัตร ๗ ชั้น เปล่งเลื่อมลายฉายฉัพพรรณรังสีมีสง่าสถิตย์ มาเหนือพระคชาธารอย่างครบเครื่อง ย่อมเป็นศิริมงคลหาที่เปรียบมิได้ กินความหมายลึกซึ้งถึงหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาและฝ่ายเสนาธิการ ครบถ้วนกระบวนความแล้ว

    เพราะพระเสนาธิปัตย์ฉัตร ๗ ชั้น หมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ แม่ทัพหรือผู้บังคับบัญชา ส่วนพระคชาธารที่รองรับอยู่ข้างล่างนั้นเล่าย่อม หมายถึงตัวนายทหารฝ่ายเสนาธิการ โดยความหมายนัยที่กล่าวมานี้    พระเสนาธิปัตย์กับพระคชาธารที่อยู่คู่กันนี้ย่อมเป็นสัญญลักษณ์แห่งแม่ทัพ ผู้บัญชาการกับฝ่ายเสนาธิการ ที่จะต้องปฏิบัติงานร่วมกัน จะแยกกันเสียมิได้

                                                                                                                       

 

                                                                                                                                                           เรื่องในเล่มรวบรวมโดย อจ.พ.อ. รบ รักเรียน รร.สธ.ทบ.

 

Copyright 2021 by CGSC Terms Of Use Privacy Statement
Back To Top